นักศึกษาพยาบาล แห่งวิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก ยืนถือร่มสีฟ้าเป็นวงกลม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนโรคเบาหวาน (…
สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีขอประกาศผลการตัดสินการประกวดคลิปวีดีโอเพื่อสื่อสารถึงการป้องกัน และแก้ไขปัญหาโรคเบาหวาน จากจำนวนคลิปวีดีโอทั้งหมดที่ส่งมาและเข้าเกณฑ์…
สถานพยาบาลที่จัด…
การประชุมจัดทำยุทธศาสตร์ สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย วันอังคารที่ 21 สิงหาคม 2555 โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ กรุงเทพ
คว้ารางวัล UN Public Service Awards จาก UN New York ประจำปี 2012
"คณะกรรมการสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ร่วมประชุมคณะกรรมการอำนวยการ…
สมาชิกที่รักทั้งหลาย ประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้แล้วว่า วันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๔๙ ได้เกิดจุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ในการต่อสู้กับโรคเบาหวาน เมื่อสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้ลงมติยอมรับว่า โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรัง ที่สร้างความทุกข์ทรมาน และมีค่าใช้จ่ายสูงจากโรคแทรกซ้อนเรื้อรัง ซึ่งมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อครอบครัว ประเทศ และสังคมโลก เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลต่างๆ ได้ยอมรับว่า โรคไม่ติดต่อนั้นเป็นภัยคุกคามระดับโลกเช่นเดียวกับการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ มตินี้ได้กำหนดให้วันเบาหวานโลกของสหพันธ์เบาหวานนานาชาติในปัจจุบันคือ วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ของทุกปี เป็นวันสำคัญของสหประชาชาติ และเรียกร้องให้ทุกประเทศจัดทำนโยบายการป้องกันและดูแลโรคเบาหวานเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบสุขภาพอย่างยั่งยืน โดยเริ่มในปี ๒๕๕๐ เป็นต้นไป การรณรงค์ครั้งนี้ สหพันธ์เบาหวานนานาชาติได้รวบรวมกำลังจากสมาชิกสมาคมต่างๆ สมาคมวิชาการและวิชาชีพด้านเบาหวานส่วนใหญ่ของโลก มูลนิธิการกุศล และองค์กรบริการสังคม รวมทั้งภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อันเป็นการแสดงให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือในการต่อสู้เพื่อโรคเบาหวาน ทั้งเชิงนโยบายและกิจกรรมระดับชุมชนในนามของผู้ป่วย ๒๔๖ ล้านคน และผู้คนอีกนับล้านๆ ที่ตกอยู่ในภาวะเสี่ยง เป็นไปไม่ได้ที่ข้าพเจ้าจะกล่าวขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วม แต่ทางสหพันธ์เบาหวานนานาชาติจะตอบแทนกำลังกาย กำลังใจของทุกท่านที่ร่วมรณรงค์ในประเทศ ในองค์กรของตน และในสหประชาชาติ ในขณะนี้เราต้องยกย่องสาฐารณรัฐประชาชนบังคลาเทศที่มีส่วนผลักดันมตินี้สู่สหประชาชาติ โดยดำเนินการจนเป็นที่ยอมรับของกลุ่ม G77 ซึ่งประกอบด้วยประเทศกำลังพัฒนา และประเทศที่อยู่ในระยะเปลี่ยนรวม ๑๓๓ ประเทศ ในที่ประชุมสหประชาชาติที่นำโดยสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ การมีฐานเสียงขนาดใหญ่ได้ช่วยกระตุ้นให้ประเทศที่พัฒนาแล้วให้การสนับสนุนมตินี้ ทำให้การลงคะแนนมีผลเป็นเอกฉันท์ ประโยชน์ของมตินี้จะตกแก่ผู้ป่วยและครอบครัว รวมทั้งผู้ที่มีภาวะเสี่ยงจำนวนมาก การผ่านมตินี้อาจเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น ในระยะนี้เราจะฉลองการผ่านมติ และรอวันเบาหวานโลกที่สหประชาชาติให้ความสำคัญเป็นครั้งแรกในวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ และเป้าหมายแรกของสหพันธ์เบาหวานนานาชาติคือ การรณรงค์ให้คน ๑ พันล้านคนตระหนักถึงการป้องกันและใส่ใจดูแลรักษาเบาหวาน
สมาชิกที่รักทั้งหลาย ประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้แล้วว่า วันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๔๙ ได้เกิดจุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ในการต่อสู้กับโรคเบาหวาน เมื่อสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้ลงมติยอมรับว่า โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรัง ที่สร้างความทุกข์ทรมาน และมีค่าใช้จ่ายสูงจากโรคแทรกซ้อนเรื้อรัง ซึ่งมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อครอบครัว ประเทศ และสังคมโลก
เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลต่างๆ ได้ยอมรับว่า โรคไม่ติดต่อนั้นเป็นภัยคุกคามระดับโลกเช่นเดียวกับการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ มตินี้ได้กำหนดให้วันเบาหวานโลกของสหพันธ์เบาหวานนานาชาติในปัจจุบันคือ วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ของทุกปี เป็นวันสำคัญของสหประชาชาติ และเรียกร้องให้ทุกประเทศจัดทำนโยบายการป้องกันและดูแลโรคเบาหวานเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบสุขภาพอย่างยั่งยืน โดยเริ่มในปี ๒๕๕๐ เป็นต้นไป
การรณรงค์ครั้งนี้ สหพันธ์เบาหวานนานาชาติได้รวบรวมกำลังจากสมาชิกสมาคมต่างๆ สมาคมวิชาการและวิชาชีพด้านเบาหวานส่วนใหญ่ของโลก มูลนิธิการกุศล และองค์กรบริการสังคม รวมทั้งภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อันเป็นการแสดงให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือในการต่อสู้เพื่อโรคเบาหวาน ทั้งเชิงนโยบายและกิจกรรมระดับชุมชนในนามของผู้ป่วย ๒๔๖ ล้านคน และผู้คนอีกนับล้านๆ ที่ตกอยู่ในภาวะเสี่ยง เป็นไปไม่ได้ที่ข้าพเจ้าจะกล่าวขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วม แต่ทางสหพันธ์เบาหวานนานาชาติจะตอบแทนกำลังกาย กำลังใจของทุกท่านที่ร่วมรณรงค์ในประเทศ ในองค์กรของตน และในสหประชาชาติ
ในขณะนี้เราต้องยกย่องสาฐารณรัฐประชาชนบังคลาเทศที่มีส่วนผลักดันมตินี้สู่สหประชาชาติ โดยดำเนินการจนเป็นที่ยอมรับของกลุ่ม G77 ซึ่งประกอบด้วยประเทศกำลังพัฒนา และประเทศที่อยู่ในระยะเปลี่ยนรวม ๑๓๓ ประเทศ ในที่ประชุมสหประชาชาติที่นำโดยสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ การมีฐานเสียงขนาดใหญ่ได้ช่วยกระตุ้นให้ประเทศที่พัฒนาแล้วให้การสนับสนุนมตินี้ ทำให้การลงคะแนนมีผลเป็นเอกฉันท์
ประโยชน์ของมตินี้จะตกแก่ผู้ป่วยและครอบครัว รวมทั้งผู้ที่มีภาวะเสี่ยงจำนวนมาก การผ่านมตินี้อาจเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น ในระยะนี้เราจะฉลองการผ่านมติ และรอวันเบาหวานโลกที่สหประชาชาติให้ความสำคัญเป็นครั้งแรกในวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ และเป้าหมายแรกของสหพันธ์เบาหวานนานาชาติคือ การรณรงค์ให้คน ๑ พันล้านคนตระหนักถึงการป้องกันและใส่ใจดูแลรักษาเบาหวาน
ด้วยความนับถือ
Professor Martin Silink
ประธานสหพันธ์เบาหวานนานาชาติ