ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ หมายถึงระดับน้ำตาลหรือกลูโคส (glucose)
ในเลือดต่ำกว่าปกติ
ซึ่งอาจมีสาเหตุได้หลายอย่าง เช่น
1. พบหลังดื่มเหล้าจัด อดข้าว มีไข้สูง
หรือออกกำลังมากไป
2.
ผู้ป่วยเบาหวานที่กำลังได้รับยาเบาหวาน
บางครั้งกินอาหารน้อยไป
หรือออกกำลังมากไปกว่าที่เคยทำอยู่
ก็อาจทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้
ผู้ป่วยที่กินยาเม็ดรักษาเบาหวานในตอนเช้ามักจะมีอาการตอนเช้ามืดของวันรุ่งขึ้น
ส่วนผู้ป่วยที่ฉีดอินซูลินตอนเช้า
มักจะมีอาการตอนบ่าย ๆ
3. พบในทารกแรกคลอดที่แม่เป็นเบาหวาน
หรือทารกมีน้ำหนักน้อย (ดูโรคที่ 69
ชักในทารกแรกเกิด)
4. ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์
บางคนก็อาจมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเป็นครั้งคราวได้
เนื่องจากร่างกายมีการใช้น้ำตาลมากขึ้น
5. ผู้ป่วยที่ผ่าตัดกระเพาะออกไปแล้ว
อาจเกิดภาวะนี้ได้บ่อย ๆ
โดยมากจะเกิดหลังกินอาหาร 2-4 ชั่วโมง
เนื่องจากลำไส้มีการดูดซึมน้ำตาลเร็วเกินไป
ซึ่งจะไปกระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งอินซูลินออกมาเป็นจำนวนมาก
ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง เรียกว่า
dumping syndrome
6. ถ้าเป็นอยู่บ่อย ๆ
อาจมีสาเหตุจากเบาหวานระยะเริ่มแรก,
โรคตับเรื้อรัง, มะเร็งของตับอ่อน
(Insulinoma), มะเร็งต่าง ๆ โรคแอดดิสัน
(126) เป็นต้น
อาการ
ผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลีย วิงเวียน
หน้ามืด ตาลาย ใจหวิว ใจสั่น มือสั่น
เหงื่อออก รู้สึกหิว
บางคนอาจมีอาการปวดศีราะ ซึม
กระสับกระส่าย พูดอ้อแอ้ แขนขาอ่อนแรง
ปากชา มือชา พูดเพ้อ เอะอะ โวยวาย
ก้าวร้าว ลืมตัว หรือทำอะไรแปลก ๆ
(คล้ายคนเมาเหล้า)
ถ้าเป็นรุนแรง อาจมีอาการชัก หมดสติ
ในรายที่เกิดจากการดื่มเหล้า
ผู้ป่วยอาจมีอาการตัวเย็นซีด แขนขาเกร็ง
ขากรรไกรแข็ง
การตรวจร่างกาย
นอกจากพบอาการดังกล่าวแล้ว
ชีพจรมักเบาเร็ว และความดันเลือดต่ำ
(แต่ก็อาจพบว่าปกติก็ได้)
รูม่านตามักจะมีขนาดปกติ
และหดลงเมื่อถูกแสง
อาการแทรกซ้อน
หากปล่อยให้หมดสติอยู่นาน
หรือเป็นอยู่ซ้ำ ๆ จะทำให้สมองพิการ
ความจำเสื่อม บุคลิกภาพเปลี่ยนไปจากเดิม
วิกลจริต
บางคนอาจหลับไม่ตื่น
เนื่องจากสมองพิการอย่างถาวร
การรักษา
หากสงสัย ให้ฉีดกลูโคสขนาด 50% จำนวน
50-100 มล. เข้าทางเส้นเลือด
หากผู้ป่วยฟื้นแล้ว แต่ยังกินไม่ค่อยได้
ควรให้ 5% เดกซ์โทรส (5% D/W)
เข้าทางหลอดเลือดดำจำนวน 500-1,000 มล.
ถ้าเป็นไปได้ ก่อนฉีดกลูโคส
ควรเจาะเลือดตรวจหาระดับน้ำตาล
ซึ่งมักจะพบต่ำกว่า 70 มิลลิกรัมต่อเลือด
100 มล. (ในรายที่เป็นมาก อาจต่ำกว่า 40)
ถ้าฉีดกลูโคสแล้วไม่ดีขึ้นภายใน 30
นาที ควรส่งโรงพยาบาลด่วน
อาจต้องตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ
หรือตรวจพิเศษอื่น ๆ
และให้การรักษาตามสาเหตุที่พบ
ข้อแนะนำ
1.
ผู้ป่วยที่มีอาการที่ชวนสงสัยว่าเป็นภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
ถ้ายังรู้สึกตัวดี ควรรีบกินน้ำตาล
น้ำหวานหรือของหวาน ๆ ทันที
ซึ่งจะช่วยให้อาการต่าง ๆ ทุเลาลงทันที
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยเบาหวานที่ได้รับยารักษาเบาหวานอยู่
ควรพกน้ำตาลติดตัวไว้กินทุกครั้งที่เริ่มรู้สึกมีอาการ
แต่ถ้าหมดสติ
อย่ากรอกน้ำตาลหรือน้ำหวานเข้าปากผู้ป่วย
อาจทำให้สำลักลงปอดได้
ควรรีบนำไปหาหมอที่อยู่ใกล้บ้านที่สุด
เพื่อฉีดกลูโคสเข้าเส้นเลือด
2. ผู้ป่วยที่มีภาวะนี้บ่อย ๆ
ควรบอกให้ญาติและเพื่อนใกล้ชิดทราบ
เพื่อจะได้หาทางแก้ไขได้ทันท่วงที
หากปล่อยไว้จนหมดสติหรือชักนาน ๆ
อาจทำให้สมองพิการได้
3. ในรายที่มีภาวะนี้บ่อย ๆ
โดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด
ควรให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุให้แน่ชัด
ยารักษาเบาหวาน
อาจทำให้
เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้ |